สมัครสมาชิก(Register) • ข้อมูลส่วนตัว(Profile) • เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
หาไม่เจอ? ตั้งคำถามเลย!!!
 
VCD ??????
ดูหัวข้อกระดานสนทนาทั้งหมด ดูหัวข้อบทความทั้งหมด
บทความ-สังคม
เรื่อง เล่นสงกรานต์อย่างไร ไม่ให้กลายเป็นสงครามน้ำ
  หน้า 1 จาก 1 
สร้างหัวข้อใหม่  ตอบ อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป 
 
ตอบตอบเมื่อ: Thu Apr 14, 2005 2:05 pm ตอบโดยอ้างข้อความ
sudipan
ผู้ดูแลเว็บ
 
เข้าร่วม: 18 Feb 2003
ตอบ: 6152




โดย ผู้จัดการออนไลน์



อีกไม่นานก็จะลุล่วงเข้าสู่วันขึ้นปีใหม่แบบไทย หรือเรียกว่าวันสงกรานต์ซึ่งตรงกับวันที่ 13 เมษายน ก่อนจะถึงวันนั้นตามถนนหนทางเต็มไปด้วยชาวไทยและชาวต่างชาติที่เริ่มทยอยออกมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานล่วงหน้า ดับอากาศอันร้อนอบอ้าวให้ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ และหอมอบอวลไปด้วยแป้งร่ำ น้ำหอม ห้างสรรพสินค้าเปิดเพลงต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ตามร้านรวงริมทางเต็มไปด้วยอุปกรณ์เล่นน้ำครบครัน

การเล่นน้ำสงกรานต์ที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก การเล่นน้ำอย่างสุภาพเฉกเช่นในอดีต นับวันจะมีให้เห็นน้อยลงทุกที อุปกรณ์ในการเล่นเปลี่ยนจากขันน้ำเล็กๆ เป็นปืนฉีดน้ำหลากหลายรูปแบบ พร้อมกับการออกแบบให้สามารถยิงไปได้ในระยะทางไกลๆ และแรงขึ้น ตอบสนองความต้องการของผู้เล่นจนกระทั่งสงกรานต์ใกล้จะกลายเป็นสงครามไปทุกที

ปืนฉีดน้ำแฟนซี กับปืนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมความแรง

ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย ขันน้ำและถังน้ำยังคงเป็นอาวุธอมตะที่ได้รับความนิยมจากผู้เล่นน้ำไม่เสื่อมคลาย อาวุธหรืออุปกรณ์เล่นน้ำที่ได้รับความนิยมไล่ๆ กันมาคือปืนฉีดน้ำ เดี๋ยวนี้มีแบบแปลกผลิตออกมาเกลื่อนตลาด หลายชนิดผลิตออกมาได้เหมือนจริง ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย ยี่ห้อวอเตอร์กัน รสซูเปอร์วอเตอร์ กระบอกไฟฉาย ดูผิวเผินคิดว่าเป็นของจริง เผลอไปกดปุ่มใช้งานอาจได้น้ำแทนแสงสว่าง หรือจะเป็นบุหรี่พะยี่ห้อดังฉีดน้ำได้

ปืนฉีดน้ำแฟนซีอย่างแว่นตาฉีดน้ำกิ๊บเก๋แยกปุ่มยิงไว้ที่มือ แต่น้ำกลับพุ่งออกมาทางแว่นตา เผลอไปสบตามีสิทธิ์โดนฉีดน้ำเป็นของแถม ขวดน้ำอัดลมขนาดจิ๋ว หรือจะเป็นร่มเล็กติดปลายปืนฉีดน้ำได้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะกันแดด กันน้ำได้หรือไม่ อย่างน้อยร่มเปรียบเสมือนโล่กำบังเล็กๆ พอจะกล้อมแกล้มหลบน้ำที่พุ่งมาโดยตรงให้ลดความแรงไปได้บ้าง ปืนแฟนซีบางชนิดเอาใจเด็กๆ อย่างปืนฉีดน้ำรูปร่างเป็นปลาเทวดา ปลาการ์ตูน ปลาขยับครีบ ยอดมนุษย์อุลตร้าแมน และสไปเดอร์แมน

พีรพงศ์ อัศวยุทธ อายุ 27 ปี พ่อค้าร้านอัศวสุนทรขายของตามเทศกาล ย่านเทเวศร์ เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมการเล่นน้ำที่ผ่านมาให้ฟังว่า

"แต่ก่อนเล่นธรรมดาๆ มีเพียงแป้งดินสอพอง น้ำอบ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำยังมีไม่มาก ตอนหลังปืนฉีดน้ำกลายเป็นที่นิยม พัฒนาออกแบบมาเยอะมีประมาณเกือบ 200 กว่าแบบ ราคาก็ถูกลง ขันน้ำ ภาชนะดั้งเดิมยังคงเป็นที่ยอมรับ ไม่มีตกยุคตกรุ่น จ่ายไม่กี่บาท เล่นได้ตลอด พอหมดเทศกาลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในห้องน้ำต่อได้อีก ต่างจากปืนใช้ได้เฉพาะช่วงเทศกาล"

"ปืนฉีดน้ำเห็นเด่นมาแต่ไกล ปีนี้มีปืนแฟนซี เน้นความแปลกใหม่ออกมาวางขายเกลื่อนตลาด ปีที่ผ่านมาผลิตออกมาจำหน่ายปริมาณน้อยไม่พอเพียงกับความต้องการของผู้บริโภค ปีนี้ผู้ผลิตจึงทำปืนแฟนซีแบบต่างๆ ออกมาให้เลือกมากขึ้น ส่วนใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์นำเข้าปืนฉีดน้ำแฟนซีจากจีน"

พ่อค้าหนุ่มเปรียบเทียบปืนฉีดน้ำรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ "ปืนฉีดน้ำรุ่นเก่าออกแบบไม่มีอะไรมาก แค่กดฉีดออก เดี๋ยวนี้ออกแบบมีโช้กปั๊มแรงดัน ปืนอันหนึ่งมี 2 แบบ ยิงตามปกติก็ตาม หรืออยากจะให้ไปได้ไกลขึ้นก็ใช้ปั๊มแรงดันแล้วจึงยิงออกไป ช่วยให้ยิงได้ไกล บางคนไม่ลงทุน หรือเอาฟ๊อกกี้ที่ฉีดผ้ามาเป็นปืนฉีดน้ำก็มี"

นอกจากปืนแฟนซี ปืนฉีดน้ำทั่วไปที่คนกรุงนิยมซื้อไปเล่นคือ กระบอกฉีดน้ำพร้อมแท็งก์น้ำริมคูเมืองเชียงใหม่ย่อมหาน้ำได้ง่ายกว่าการเล่นน้ำตามถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพฯ ปืนฉีดน้ำประเภทมีแท็งก์สำรองน้ำเป็นสะพายติดหลังจึงเป็นที่นิยม ด้วยประการฉะนี้ด้านข้างของถุงติดฉลากกำหนดอายุปืนแต่ละแบบเหมาะสำหรับผู้เล่นอายุเท่าไหร่ ปืนฉีดน้ำบางรุ่นมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ หยิบจับไม่ไหว แทนที่จะใช้ฉีดน้ำกลับกลายเป็นเอากระบอกปืนมาฟาดพื้น พลาดไปโดนคนรอบข้างแทน ขันพลาสติกตามท้องตลาดทั่วไปราคาตั้งแต่ 5 บาท 10 บาทไปถึง 15 บาท ตามขนาดและเนื้อพลาสติกที่นำมาใช้ผลิต ส่วนปืนราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 5 บาทไปจนถึง 500 บาท คนส่วนใหญ่นิยมเลือกซื้อราคาขนาดกลาง ราคาไม่เกิน 30 บาท ขายให้เด็กๆขายดี ส่วนกลุ่มวัยรุ่นนิยมซื้อขันหรือถังใส่น้ำขึ้นรถกระบะตระเวนเล่นน้ำหรือเดินเล่นน้ำมากกว่า

นอกจากอุปกรณ์หลักอย่างปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ แล้วเดี๋ยวนี้มีอุปกรณ์เสริมอย่างหน้ากาก สำหรับกลุ่มคนไม่อยากโดนแป้ง กลุ่มอยากเท่ใส่เล่นบนรถกะบะ และกลุ่มดาราคนดังอยากเล่นน้ำแต่ไม่อยากเป็นข่าวเอาไว้พรางหน้าตาไม่ให้ใครจำได้

กระบอกสูบ อาวุธฉีดน้ำต้องห้าม

พีรพงศ์เล่าว่า เมื่อ 3-4 ปีก่อน ท่อกระบอกสูบฉีดน้ำออกมาตีตลาดปืนฉีดน้ำจนยอดจำหน่ายตกลง อย่างไรก็ตาม กระบอกสูบฉีดน้ำแรงดันน้ำก่อให้เกิดอันตราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกมาขอความร่วมมือจากร้านรวงต่างๆ งดจำหน่ายกระบอกสูบฉีดน้ำ "ปีนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่มีท่อฉีดน้ำขายเด็ดขาด ผมยอมขาดทุน เก็บทั้งหมดไม่เอาออกมาตั้งขายหน้าร้าน"

กระบอกสูบฉีดน้ำ อุปกรณ์ในการเล่นน้ำโดยใช้แรงอัดกระแทกน้ำในกระบอกสูบ แม้จะฉีดได้ไกล แต่ความแรงที่พุ่งตรงก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผิวหนังและดวงตาผู้เล่นมากที่สุด ปีนี้จึงออกกฎหมายขึ้นมารองรับห้ามขายสินค้าเครื่องเล่นฉีดน้ำที่มีลักษณะเป็นกระบอกสูบและใช้แรงอัดกระแทกน้ำในกระบอกสูบโดยตรง ตามมาตรา 36 วรรค 3 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ฝ่าฝืนรับโทษตามกฎหมายที่บัญญัติต้องโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากตรวจพบผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตเพื่อขาย หรือเป็นผู้สั่งนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท

เล่นน้ำสงกรานต์อย่างไรให้สนุก

"เล่นด้วยจิตใจรักษาประเพณี" คำแนะนำจากคุณลุงวัฒนา บุนนาค อายุ 78 ปี เจ้าของร้านศรีวัฒนา จำหน่ายน้ำอบน้ำปรุง-แป้งร่ำดินสอพองสูตรชาววัง ขายตั้งแต่แป้งราคาหน่วยเป็นสตางค์แดง ขวดละ 3 สตางค์ เดี๋ยวนี้ราคาเพิ่มเป็นขวดละ 20 บาท เครื่องหอมของที่นี่อบด้วยกำยานและเทียนอบ กลิ่นหอมแบบไทยแท้ หนุ่ม-สาวสมัยใหม่ที่พิสมัยกลิ่นไทยๆ นิยมมาเลือกซื้อไปผัดหน้า ตามตัว ช่วงเทศกาลน้ำอบ-แป้งดินสอพองยิ่งขายดี ผู้คนนิยมซื้อไปสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่

คุณลุงวัฒนาเล่าย้อนรำลึกถึงสงกรานต์ในวันวาน "สมัยก่อนเล่นกันสุภาพ เวลาจะประแป้ง สาดน้ำกันตั้งแต่ลำคอ ไหล่ต้องขอโทษขอโพยก่อน สาดน้ำกันเป็นสื่อสัมพันธ์ ขอศีลขอพร สมัยก่อนเล่นดินสอพอง อยากจะป้ายใคร ป้ายตรงไหน ยิ่งตำแหน่งสูงยิ่งต้องขออนุญาต ไม่มีทะเลาะกัน จะสนุกแค่ไหนก็ต้องระวัง ไปทำบุญที่วัด พอถวายข้าวพระลงจากศาลาวัด ก็เริ่มเอาน้ำสาด ประพรมกัน เล่นไปจนถึงช่วงบ่าย จากน้ำขัน สมัยต่อมาเริ่มมีเล่นน้ำบนรถกระบะ มาสมัยนี้เล่นกันแรงไปในลักษณะนี้ สมัยก่อนเอาน้ำสาดกันโครมๆ ไม่มี"

พฤติกรรมการเล่นที่เป็นอันตรายและไม่สร้างสรรค์ในหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเม็ดแมงลักแช่น้ำจนพองติดหนึบตามเส้นผม ลำบากในการล้างออก บางคนต้องสระผม 3-4 รอบ แป้งดินสอพองซึ่งเคยเป็นอุปกรณ์ดั้งเดิมก็นำมาผสมสีย้อมผ้า ทำลายวัฒนธรรมอันดี แทนที่จะสาดน้ำกลับกลายเป็นสาดสี สาดแป้งมันสำปะหลังใส่กันจนเสื้อผ้าไม่เหลือร่องรอยนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง เหตุนี้หลายคนเวลาจะออกมาเล่นน้ำจึงคัดสรรเสื้อผ้าที่คาดการณ์ไว้แล้วว่าหากเปรอะเปื้อนไปจะไม่มีอาการเสียดาย

น้ำแข็งกั๊กแช่น้ำอีกวิธีการเล่นเย็นยะเยือก ยิ่งหนาวน้ำจากที่อื่นมาโดนน้ำแช่น้ำแข็งทำเอาคนโดนสาดกรีดร้องออกมาแบบไม่อายใคร แต่ก็ยังไม่รุนแรงเท่าการนำน้ำหรือน้ำแข็งใส่ถุงนำมาขว้างปาใส่กัน พลาดไปถูกกระจกรถ หรือโดนคนจนหัวร้างคางแตก หลายๆ วิธีดังกล่าวหากอยากจะเล่นสงกรานต์ให้สนุกสุขใจแล้ว ควรเลี่ยงหันมาเล่นน้ำแบบสุภาพจะดีกว่า

พีร์เสนอข้อแนะนำเล่นน้ำว่า "ใครไม่เล่นไม่สาด ใช้น้ำสะอาด เปิดเพลงมันๆ เต้นร้องรำทำเพลงอยู่ในขอบเขต เราไม่เดือดร้อน เค้าไม่เดือดร้อน เบียร์กับเหล้าลดได้ก็ดี เพราะดื่มมากควบคุมตัวเองไม่ได้ ก่อเกิดเหตุความรุนแรงได้ง่าย แต่ถึงจะมีวิธีเล่นเป็น 100 ข้อ สิ่งสำคัญอยู่ที่สามัญสำนึกอย่างเดียว ไม่ต้องไปออกกฎต่างๆ"

สาวๆ ขอร้อง ...

ป๋อม-นิสากร อายุ 24 ปี พร้อมเพื่อนสาว ก้อย-จารุณี อายุ 25 ปี และ เปิ้ล-ยุคลธร อายุ 24 ปี บอกว่าพวกเธอเตรียมเสื้อผ้าสบายๆ สีทึมๆ กางเกงขาสั้นพร้อมเลอะเต็มที่ อาวุธเลือกปืนฉีดน้ำซึ่งฉีดได้ไกลแต่แรงอัดไม่ต้องเยอะ หรือไม่ก็เป็นปืนเล็กน่ารักๆ น้ำแข็งและแป้งดินสอพอง

นอกจากอุปกรณ์การเล่นแบบรุนแรง วิธีการเล่นแป้งแบบมือถึง รุมป้ายแถมลูบไล้ลวนลามสาวๆ ฝากไปถึงหนุ่มว่าขอเน้นเล่นน้ำอย่างเดียว ไม่เอาน้ำแข็งเป็นก้อน ประแป้งได้แต่ไม่เอามาป้ายตา โดยเฉพาะแป้งตรางู โดนแล้วจะแสบตามาก ประเลยไปส่วนอื่นที่ไม่ใช่หน้า หวังให้มีการขออนุญาตก่อนประแป้ง ไม่เล่นสาดเม็ดแมงลัก ไม่เล่นน้ำแป้งใส่สี ไม่กินเหล้า

นอกจากนี้ พวกเธอยังฝากเตือนไปยังเพศเดียวกันว่าควรจะสวมใส่อาภรณ์แบบป้องกันตัวเอง ประเภทสายเดี่ยว เอวต่ำ เสื้อซีทรู ไม่ควรใส่ออกมาเล่นน้ำ

สำหรับ ฝน สาวออฟฟิศ วัย 24 ปี มีเพียงขันน้ำใส่แป้งดินสอพอง แต่เล่นแบบสะอาดๆ ก็ออกไปเล่นน้ำได้แล้ว สาวคนนี้เน้นความประหยัดเล่าว่าส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายให้คนอื่นสาดน้ำและประแป้งมากกว่า ฝนแนะนำวิธีป้องกันตัวเองจากการลวนลามว่า "บางครั้งไม่ได้ตั้งตัวเดินๆ อยู่ มีคนเข้ามาประแป้งแถมเล่นทีเผลอลูบคลำ ไปเล่นข้าวสารต้องหาบอดี้การ์ดประกบแบบแซนด์วิชหน้า-หลัง เป็นกำแพงป้องกันแป้งและคนลวนลาม"

ฝนแนะวิธีเลือกเสื้อผ้าว่าต้องเป็นเสื้อเปียกน้ำแล้วไม่โป๊ พร้อมแนะให้เตรียมน้ำสะอาดเอาไว้ล้างแป้งที่เข้าตา หรือจะใส่เสื้อตัวโคร่ง ชายเสื้อยาวลงมาหน่อยเผื่อยกขึ้นมาเช็ดแป้งจะได้ไม่วาบหวิวต่อสายตาหนุ่มๆ

------

ไม่ว่าจะเป็นอาวุธในการเล่นน้ำแบบใดก็ตาม สามารถเล่นให้สนุกได้ด้วยวิธีเดียวกันด้วยการเล่นแบบสุภาพ คำนึงถึงความปลอดภัย หากเล่นแบบเน้นความมันส่วนตัว โดยไม่สนใจชาวบ้าน อาจจะได้ร้องครวญครางหรือทำสงครามได้น้ำสีแดงแทน

เหนือสิ่งอื่นใด อีก 1 ปี เทศกาลสงกรานต์จึงจะเวียนมาอีกครั้ง ไม่ควรพะวงสนุกกับการสาดน้ำจนลืมความหมายแห่งเทศกาลสงกรานต์แต่ดั้งเดิม รักษาประเพณีดีงามของไทยนำขันน้ำลอยดอกมะลิ ใส่น้ำอบรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
  หน้า 1 จาก 1 
 สร้างหัวข้อใหม่  ตอบ  
 เล่นสงกรานต์อย่างไร ไม่ให้กลายเป็นสงครามน้ำ 
 - -> บทความ-สังคม
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
You cannot attach files in this forum
You can download files in this forum
ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง  
หน้า 1 จาก 1