Someone Like U # 5-1: หนี

แน่นอน ถ้าท่านมีจินตนาการ และมีเรื่องที่อยากจะให้คนอื่นได้อ่านฝีมือท่าน ห้องนี้ไม่เลว

Moderator: koalar, Super_R, ศรีธนนชัย

Someone Like U # 5-1: หนี

โพสต์โดย honey dew » พฤหัสฯ. พ.ค. 23, 2013 7:39 am

เขมกรเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองมักเรียกเพื่อนผู้ชายว่า ‘นาย’ มีเพียงคนที่ไว้วางใจจัดให้อยู่

ในตำแหน่งเพื่อนสนิทอย่างกัญจน์ปวีร์เท่านั้นที่จะเรียกว่า ‘เธอ’ หรือเรียกชื่อของเขา

และตอนนี้ตำแหน่งนั้นได้รับคนเพิ่มเข้ามาอีกคนแล้ว

“ออกใหม่ ยังไม่เคยวางขายในโรงเรียนไหนมาก่อน เอาไปหนึ่งชิ้น” ชายหนุ่มยื่น

เครปรสมะม่วงครีมสดที่ใส่ข้าวเหนียวมูลไว้ด้วย ให้เขมกรที่นั่งทำการบ้านอยู่ที่

โรงอาหารหลังเลิกเรียน ทั้งคู่มักอยู่ด้วยกันเสมอแม้จะเรียนอยู่คนละห้อง

แต่เขาก็จะแวะมาหาเธอด้วยเรื่องไร้สาระได้ตลอด อย่างเมื่อเช้าก็เอาสมุดโน้ต

ลายใหม่ของโรงเรียนมาให้เพราะกลัวว่าเธอจะไปซื้อไม่ทันแล้วสมุดรุ่นนี้จะหมดเสียก่อน

“เครปข้าวเหนียวมะม่วง ? มันกินได้เหรอ” หญิงสาวรับมามองอย่างไม่ค่อยแน่ใจ

“ลองกินดูก่อนแล้วจะรู้ ร้านป้าเขาไม่ธรรมดาคิดสูตรอะไรใหม่เพิ่มยอดขายได้ตลอด”

“ไอ้ที่บอกว่ายังไม่เคยมีขายที่โรงเรียนไหนเพราะเขาขายอยู่ที่นี่สินะ”

“ก็ใช่สิ เผื่อเธอไปเจอของเลียนแบบข้างนอกจะได้ไม่หลงซื้อมาไงล่ะ” เขามองเครป

ในมือเธอด้วยแววตาเหมือนเด็กๆ อยากอวดของเล่นใหม่ รอลุ้นว่าหลังจากเธอ

ลองชิมแล้วจะพยักหน้าเห็นด้วยว่ารสชาติมันเยี่ยมยอดจริงๆ เขมกรส่ายหน้ายิ้มๆ

แล้วลองกัดดูหนึ่งคำ รสหวานของมะม่วงกับครีมสดเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ

ข้าวเหนียวนิ่มจนแทบจะละลายในปากช่วยสร้างความแปลกใหม่ให้กับเครปได้อย่างลงตัว

เขมกรยกนิ้วโป้งให้การแนะนำในครั้งนี้ ทำให้ชายหนุ่มหน้าบานด้วยความภาคภูมิใจ

“งั้นดีเลย เดี๋ยวฉันไปซื้ออีกอันป้าแกแอบกระซิบว่า สิบคนแรกที่ได้ปั๊มตรา

ครบห้าดวงจะได้กินฟรีสินค้าใหม่คราวหน้าก่อนใครด้วยนะ ฉันได้มาหนึ่งดวงแล้ว”

ชายหนุ่มหยิบกระดาษแผ่นเท่าฝ่ามือที่มีตราประทับเป็นรูปกบพร้อมลายเซ็นกำกับ

ของป้าเจ้าของร้านออกมาให้ดู แล้วคว้ามือเธอให้วิ่งตามมา

“นี่ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้” เขาเป็นนักกีฬาจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็ได้ แต่เธอไม่ใช่

จึงกลัวจะวิ่งตามเขาไม่ทัน

“ไม่ได้ ๆ ฉันเป็นลูกค้าอันดับหนึ่งต้องได้สิทธิ์นั้นก่อนทุกคนในโรงเรียน”

ชายหนุ่มผ่อนฝีเท้าลงและกระชับมือให้แน่นขึ้น

“โอ้ย !” ธนนท์ร้องขึ้นมาก่อนจะทรุดตัวลง เมื่อกระโดดลงบนพื้นที่เป็นทางลาดต่ำ

ฉุดให้หญิงสาวล้มลงไปด้วย เขมกรรีบเข้าไปดูด้วยความตกใจ

“เป็นอะไรหรือเปล่า” เธอไม่รู้ว่าเขาลงผิดท่าหรือขาพลิกแต่พอเห็นสีหน้า

บ่งบอกความรู้สึกเจ็บของเขาแล้วก็ทำให้เธอร้อนลนขึ้นมา

“...”

“ว่าไง ลุกไหวมั้ย ไปห้องพยาบาลก่อนแล้วกัน นี่...” เห็นเขามองเธอนิ่ง

เขมกรกะพริบตามองด้วยความสงสัย

“อยู่แบบนี้ซักพักก็โอเคนะ” ชายหนุ่มยิ้มทำหน้าทะเล้น เขมกรเพิ่งรู้สึกตัว

ว่าตัวเองเท้าแขนคร่อมร่างเขาอยู่ และหน้าเขาก็ห่างไปไม่มาก

สายตาล้อเลียนของเขาทำให้เธอเพิ่งรู้จักกับคำว่า ‘เขินอาย’ เธอไม่เคยรู้สึก

แบบนี้กับผู้ชายคนไหนมาก่อน แม้ต้องอ้าปากกินข้าวคำโต หรือสูดบะหมี่ดัง

‘ซู้ด’ ต่อหน้าชายหนุ่มคนไหนก็ไม่มีเคอะเขิน แต่กับธนนท์แค่บังเอิญมอง

สบตากันก็ทำให้เธอรู้สึกไม่รู้จะวางสายตาไว้ตรงไหนแล้ว

“ลุกเองแล้วกัน” หญิงสาวลุกขึ้นปัดกระโปรงรีบเดินจากไป ไม่สนใจ

เสียงเรียกให้กลับมาช่วยของเขาแม้แต่น้อย



หลังจากธนนท์ยึดชมรมกระจายเสียง แล้วประกาศตนว่ายืนอยู่

ข้างเขมกรในคราวนั้น การกลั่นแกล้งที่ดูเหมือนจะรุนแรงในตอนแรก

ก็ซาลงจนเหลือแค่การพูดจากระทบกระเทียบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เขมกรคิดว่าเรื่องปวดหัวของการตั้งรับการกลั่นแกล้งในโรงเรียนจะหมดไปแล้ว

แต่วันนี้กระเป๋านักเรียนของเธอกลับไม่อยู่ใต้โต๊ะเรียนเหมือนปกติ

ถามใครก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือเท่าที่ควร มีเพียงเศษกระดาษ

เขียนทิ้งไว้ให้มารับของคืนที่หอนาฬิกาจำลองฝั่งตะวันออกตอนสี่โมงครึ่ง

ซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียนเท่านั้น เพราะมัวแต่หากระเป๋าจนไม่ทันสังเกต

กว่าจะเห็นกระดาษโน้ตแผ่นนั้นก็เกือบจะห้าโมงแล้ว หญิงสาวรีบวิ่ง

กระหืดกระหอบมาจุดนัดหมาย แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับเป็นร่างสูง

ของชายหนุ่มที่ระยะหลังนี้ทำตัวติดกับเธอจนหลายคนตั้งฉายาให้ทั้งคู่ว่า

“แฝดอิน จันทร์” ที่ทำให้เธอแปลกใจไม่ใช่ที่เห็นเขาอยู่ที่นี่แต่เพราะ

คนที่กำลังคุยกับเขาอยู่ คือ ผู้หญิงที่เธอเคยเจอตอนที่เขามาช่วยทำ

รายงานที่หอศิลป์ ขาของเธอเริ่มวิ่งได้ช้าลงแต่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้น

แม้จะมองเห็นจากระยะไกลแต่ใบหน้าที่อ่อนโยนสดใสของหญิงสาวคนนั้น

ก็ทำให้ความเจ็บปวดของเขมกรชัดเจนขึ้น ตอนนั้นเขาเคยบอกว่า

ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนเก่าสมัยมัธยมแต่เธอรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าผู้หญิง

คนนี้ต้องไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดาแน่นอน

“เธอคงไม่ปฏิเสธคำขอสุดท้ายนี้นะ” หญิงสาวผมยาวดำขลับ สวมชุดเครื่องแบบ

โรงเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง กำลังมองชายหนุ่มตรงหน้า

ด้วยดวงตาเว้าวอน ชุดนักเรียนของเธอแตกต่างจากนักเรียนโรงเรียนนี้

เมื่อเดินเข้ามาจึงเป็นจุดสนใจของหลายๆ คนแต่สายตาที่มองเธอเป็น

คนแปลกหน้าเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้เธอหวาดหวั่นเท่าสายตาคู่นี้ที่มองเธอ

ด้วยความรู้สึกแบบนั้น

“ทำไมต้องทำเรื่องให้มันยุ่งยากด้วย ตอนนี้เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วนี่”

สายตาของเขาไม่หลงเหลือความคุ้นเคยให้กับผู้หญิงตรงหน้าอีกแล้ว

“ถ้าเราเป็นเพื่อนกัน ก็ต้องไปกินข้าว ดูหนังด้วยกันบ้างสิ แต่นี่ตั้งแต่

วันนั้นเธอก็ไม่เคย...”

“ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอบอกว่าเราคบกันไม่ได้ฉันก็เข้าใจและทำตามที่

เธอบอกแล้ว” ธนนท์พูดแทรกขึ้น เพื่อย้ำเตือนว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่

เธอต้องการเอง

“แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าทำไมวันนั้นเราถึงบอกว่า ชอบเธอ แต่ยังคบ

กับเธอตอนนั้นไม่ได้” น้ำเสียงของหญิงสาวสั่นเครือ เธอจดจำความรู้สึก

เจ็บปวดในตอนนั้นได้ดี

“...”
“เพราะเพื่อนสนิทฉันแอบชอบเธอ...ถ้าฉันคบเธอฉันก็ต้องเสียเพื่อนสนิท

คนนั้นไป เธอรู้หรือเปล่าว่าการต้องเลือกระหว่างคนที่เรารักกับเพื่อนรักมัน

ยากแค่ไหน หลายครั้งฉันอยากทำตัวเป็นคนเลว ทำเป็นหลับหูหลับตาไม่

สนใจความรู้สึกของเพื่อน แต่ฉันก็ทำไม่ได้เพราะเขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่

เข้าใจฉันเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ฉันคิดไว้ว่าถ้าเวลาผ่านไปแล้ว

ความชอบที่เขามีให้เธอมันลดลงและจางหายไปเองถึงตอนนั้นฉันก็

จะคบกับเธอได้อย่างไม่รู้สึกผิดต่อเพื่อน”

‘ฉันชอบเธอ แต่ฉันไม่อยากเสียเพื่อนไป’

‘ป๊อก...เราคบกับเธอตอนนี้ไม่ได้’

คำพูดที่เคยทิ่มแทงใจของเขา หวนกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ความนัย

ที่แฝงไว้ในประโยคเหล่านั้นกลับโจมตีรุนแรงกว่าเดิม ‘เพื่อน’ ที่เธอหมายถึง

ในตอนนั้น ไม่ใช่เขา แต่เป็นเพื่อนของเธอจริงๆ ‘คบกันตอนนี้ไม่ได้’ ไม่ได้

หมายความว่าจะไม่คบกับเขาแต่ต้องการรอเวลาให้ทุกอย่างลงตัวอย่างที่เธอบอก

ตอนนั้นเธอไม่ได้ทิ้งเขา แต่เป็นเขาที่เดินจากเธอไปและไม่ยอมติดต่อกับเธออีก

ไม่ใช่เขาที่เสียใจอยู่คนเดียวแต่เธอก็ต้องเสียใจด้วยเช่นกันและอาจเสียใจ

มากกว่าด้วยซ้ำที่ต้องถูกคนที่รักเข้าใจผิดและไม่สามารถพูดอะไรได้

“ทำไมตอนนั้นเธอไม่บอกฉัน” ความแข็งกระด้างกับท่าทางเย็นชาหายไปเกือบหมด

ธนนท์เหลือบตามองหน้าหญิงสาวตรงๆ เป็นครั้งแรก

“ถ้าเราบอกเธอ เธอจะยอมเข้าใจและรอเวลาที่จะคบกับเราได้หรอ” หญิงสาวตัดพ้อ

เพราะรู้จักนิสัยเขาดี จึงรู้ว่าเขาไม่มีทางสนใจความรู้สึกของเพื่อนเธออยู่แล้ว

“ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น” ใช่ ถ้าเธอบอกความจริงกับเขา เขาอาจจะรีบไปบอก

เพื่อนของเธอคนนั้นให้เลิกฝันว่าเขาจะมีใจให้และรีบๆ ลืมเขาไปเสียทีหรือ

อาจพูดจารุนแรงให้เธอคนนั้นเกลียดเขาไปเลยยิ่งดี

“แต่ถ้าฉันรู้เหตุผลจริงๆ ที่เธอปฏิเสธฉัน บางที...ฉันอาจจะรอได้”

เขมกรก้มลงหอบหายใจ มือหนึ่งยันเข่าอีกมือขยุ้มคอเสื้อตัวเองแน่น

หลังจากวิ่งอย่างรีบร้อนมาที่หอนาฬิกา เหงื่อไหลหยดจากหน้าผาก

ลงกระทบพื้นปูนเป็นดวง ไม่นานหยดน้ำอีกหลายหยดก็ร่วงลงในเวลาไล่เลี่ยกัน

ทว่าจุดกำเนิดกลับเป็นสองตาที่จ้องปลายเท้าตัวเองนิ่ง พื้นบริเวณที่เปียกชื้น

เป็นสีเข้มกว่าจุดอื่นเป็นหลักฐานที่จะอยู่เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ เมื่อหยดน้ำตา

เหล่านั้นระเหยไปในอากาศ ก็จะมีมีใครรับรู้ว่าที่ตรงนี้เคยมีคนยืนอยู่ด้วย

ความรู้สึกอย่างไร แม้จะอยู่ไม่ใกล้แต่โชคร้ายที่มันไม่ไกลพอ

เธอจึงได้ยินคำพูดของเขาอย่างชัดเจน และแล้วเธอก็ได้รู้เสียทีว่าผู้หญิง

คนนั้นมีสถานะใดในหัวใจเขา และยังได้รู้อีกว่าทำไมเขาถึงมีท่าทางเย็นชา

แบบนั้นต่อหน้าเธอ แต่สิ่งที่เธอไม่แน่ใจคือ ตัวเองอยากรู้หรือเปล่าว่าจริงๆแล้ว

เขารู้สึกต่อเธอคนนั้นอย่างไร

เขาแค่เข้าใจผิดกันสินะ ...

ตอนนี้ความจริงทุกอย่างเปิดเผยแล้ว ...

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขมกรเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ ‘ความจริงถูกเปิดเผย’

คิดคำนี้ไปได้ยังไงนะเขมกร

คำพูดที่เหมือนตอนจบในนิยายสืบสวน เมื่อโศกนาฏกรรมผ่านพ้นไป

พระเอกกับนางเอกก็เข้าใจกัน และ...น่าเสียดายที่เธอไม่ใช่นางเอกในเรื่องนี้

เสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ดังบอกเวลากังวาลไปทั่วบริเวณ เขมกรยืดตัวขึ้นเหมือน

เสียงทุ้มดังทั่วบริเวณโรงเรียนที่เธอได้ยินนี้เป็นเสียงปลุกให้ตื่นจากฝันหวาน

หญิงสาวเดินห่างออกมาจากเสียงนั้นเรื่อย ๆ

‘ฉันจะทำให้เธอชอบฉันให้ได้’

‘นี่ เธอชอบฉันขึ้นมาบ้างแล้วใช่มั้ย ...ก็เธอเลิกเรียกฉันว่า ’นาย’แล้วน่ะสิ’

ใช่ เขาคือ ธนนท์ ชายหนุ่มหน้าตาดี นิสัยเยี่ยม การจะทำให้ผู้หญิงซักคน

ชอบเขาไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งผู้หญิงที่โดนทุกคนทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเธอ

พอเจอคนมาทำดีด้วยหน่อยก็เทใจให้อย่างไม่เผื่อไว้เจ็บ นับว่าเขาทำสำเร็จ

ตามที่พูดแล้ว ไม่ใช่สิ เขาทำได้ยิ่งกว่าที่พูดเธอไม่ได้แค่ชอบเขา

แต่เธอ ’รัก’ เขาไปแล้ว
...
.....
...........
.................
honey dew
 
โพสต์: 120
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ธ.ค. 17, 2009 12:44 am

ย้อนกลับไปยัง เรื่องสั้น - นิยาย - การ์ตูน

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron