Someone Like U # 4-2 : แอบรัก

แน่นอน ถ้าท่านมีจินตนาการ และมีเรื่องที่อยากจะให้คนอื่นได้อ่านฝีมือท่าน ห้องนี้ไม่เลว

Moderator: koalar, Super_R, ศรีธนนชัย

Someone Like U # 4-2 : แอบรัก

โพสต์โดย honey dew » จันทร์ มี.ค. 25, 2013 8:50 am

การเข้าค่ายช่วงปิดเทอมเป็นกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นเพื่อนสร้างความสัมพันธ์ในหมู่นักเรียนและอาจารย์

นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือสังคมอีกด้วย อย่างครั้งนี้นักเรียนชั้นมัธยมปลาย ได้เข้าร่วมพัฒนาชุมชน

โดยการจัดทำโรงอาหารในร่มให้กับโรงเรียนในชนบทที่เดิมทีเป็นลานโล่ง ช่วงหน้าฝนไม่อาจใช้

ประโยชน์ได้ นักเรียนต้องนั่งกินข้าวที่โต๊ะเรียนในอาคาร

พอลงจากรถทุกคนก็เริ่มงานของตนเองทันทีโดยแยกไปตามกลุ่มงานที่แบ่งไว้แล้ว

เขมกรอยู่ฝ่ายช่วยอำนวยความสะดวกหรือเรียกว่าคอยให้บริการกลุ่มงานอื่นๆ

เวลาขาดเหลืออะไรนั่นแหละ


บริเวณที่ตั้งของโรงเรียนจะเรียกว่ากันดารก็ไม่ถนัดปากนัก ถึงจะตั้งอยู่แถบเชิงเขาแต่น้ำไฟก็

เข้าถึงแล้ว รอบๆ ยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ป่าไม้เขียวขจีมีถนนเล็กๆ ตัดผ่าน

แม้ไฟทางจะอยู่ห่างกันไปหน่อยแต่เวลากลางคืนก็ยังพอมีแสงให้มองเห็นบ้าง

นักเรียนส่วนใหญ่มีบ้านอยู่ตามเนินเขาบางคนก็อยู่สูงขึ้นไปอีกเป็นกิโลแต่ทุกคนต่างเดินเท้า

มาโรงเรียนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พวงแก้มไร้เดียงสากลายเป็นสีชมพู ยิ่งเห็นคนแปลกหน้า

หลายคนช่วยกันขนไม้ขนกระเบื้องอยู่ที่ลานโล่งดวงตาใสแจ๋วก็ยิ่งเป็นประกายด้วยความอยากรู้

อยากเห็น เขมกรยกกระติกน้ำใบใหญ่มาวางตั้งไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ รอให้เพื่อนผู้ชายช่วยเทน้ำ

และทุบน้ำแข็งใส่ เธอจึงตักใส่แก้วหลายใบแล้วยกไปเสิร์ฟ คนที่ออกแรงทำงานกันอย่างแข็งขัน

“ขอบใจมาก” ธนนท์รับน้ำมาดื่ม ใบหน้าของเขากลายเป็นสีแดง คงเพราะอากาศที่อบอ้าวและใช้

แรงยกเศษไม้มาวางไว้จึงทำให้เลือดสูบฉีด เสื้อยืดสีน้ำเงินเข้มชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่ก็ยังยิ้มแย้ม

แจ่มใสซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เธอชอบมาก เขมกรยิ้มให้เขาแล้วจึงเดินไปแจกน้ำคนอื่นๆ

ต่อ ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงร้องโอ้ย ดังมา ภาพที่เธอเห็นหลังจากหันกลับไปมองคือชายหนุ่มที่

เธอเพิ่งยื่นน้ำให้เมื่อครู่ลงไปนั่งกับพื้นพลิกฝ่าเท้าขึ้นมาดู ขมวดคิ้วแน่น เขมกรหันมองไปรอบๆ

แล้วรีบวางถาดน้ำลงบนเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งแถวนั้นก่อนจะรีบเข้าไปดูเขา

“เหยียบอะไรเข้าหรอ”

“ตะปู” เขาเหลือบมองท่อนไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆ ด้านบนมีปลายตะปูโผล่ขึ้นมา เลือดของเขายังติด

อยู่ที่ส่วนปลายตะปูอยู่เลย

“ตะปูเป็นสนิมหรือเปล่า” เขมกรหยิบตัวการของเรื่องขึ้นมาสำรวจดู และถอนหายใจ

โล่งอกที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด หลังจากวิ่งไปหยิบน้ำบนถาดมาเทราดบาดแผลแล้ว

เธอก็หยิบผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวไว้มาเช็ดให้ ทุกสายตาสอดรู้สอดเห็นวาววาบขึ้น

แต่เธอยังคงทำทุกอย่างอย่างเป็นธรรมชาติ ธนนท์ เผลอมองดวงหน้าที่เอาจริงเอาจังของเธอ

ท่ามกลางแสงแดด ริมฝีปากหญิงสาวเม้มน้อยๆ สายตามุ่งมั่น ทุกการสัมผัสแผ่วเบาเหมือน

แมลงปอแตะผิวน้ำ ขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินอยู่นั้น เขมกรก็ช่วยพยุงเขาขึ้น

พาไปที่ห้องพยาบาลของโรงเรียน

“หมอฉีดยากันบาดทะยักให้แล้วนะ” คุณหมออายุประมาณ 40 ท่าทางใจดีและ

ดูอ่อนกว่าวัยเขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษแผ่นเล็กๆ มีพยาบาลยืนอยู่ข้างๆ

คอยหยิบจับอุปกรณ์ขณะรักษา เพราะที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนไม่มีหมอที่สามารถฉีดยา

ให้ได้ ธนนท์จึงถูกพามาที่อนามัยซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนเกือบสิบกิโล

“ขอบคุณครับ”

“ผ้าเช็ดหน้าสวยดีนะ” คุณหมอแซวยิ้มๆ ขณะยื่นผ้าเช็ดหน้าสีเขียวอ่อนปักลายผีเสื้อ

สีเหลืองไว้มุมหนึ่งที่มีรอยเลือดซึมอยู่คืนให้เขา มันถูกผูกเอาไว้ที่เท้าของชายหนุ่มตอนมาถึง

“อ่อ ครับ” ธนนท์รับผ้าเช็ดหน้าคืนมา นึกถึงหน้าเจ้าของแล้วยิ้มออกมาจางๆ

ตอนที่เห็นเธอครั้งแรกเขายอมรับว่า เธอดึงดูดสายตาของเขาให้เดินเข้าไปพูดคุยด้วย

แม้จะต้องเสียเงินซื้อของที่จริงๆ แล้วไม่อยากได้แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า และเมื่อได้เจอกับเธออีกครั้ง

ที่โรงเรียนเขาทั้งรู้สึกประหลาดใจและดีใจหน่อยๆ จากนั้นเมื่อได้รู้ว่าเธอมักโดนรังแกและเป็น

ที่ต่อต้านจากนักเรียนหญิงในโรงเรียนเขาก็อยากปกป้องคุ้มครองเธอ และหลังจากนั้นความรู้สึก

บางอย่างก็เกิดขึ้นกับเขา…


หลังกลับจากอนามัยคน แรกที่รีบวิ่งมาหาเขาก็คือ เขมกรดังคาด ยังไม่ทันที่จะลง

จากรถเธอก็รีบมาพยุงเขาแล้ว นี่คงจะชะเง้อคอรอเขาอยู่ตลอดเลยสิท่า

“เป็นไงบ้าง”

“แค่ฉีดยาแล้วก็ทำแผล ไม่มีอะไรน่าห่วงอาจจะเดินลำบากหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับ

ต้องพยุงหรอกนะ”

เขามองเธอยิ้มๆ ทำเอาหญิงสาวรีบหุบมือกลับทันที เธอเกาหัวแก้เก้อ นี่เธอคงจะเป็นห่วงเขา

มากเกินไปจริงๆ ล่ะมั้ง

“กินข้าวหรือยัง ฉันหิวแล้วไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อยสิ”

“ได้เลย เออใช่ วันนี้ฉันช่วยทำกับข้าวด้วยนะ หลายคนบอกว่าอร่อยด้วย” เรื่องนี้ไม่ได้

พูดเกินจริง ซุปไก่ที่เธอทำ มีแต่คนชมว่าอร่อยไม่รู้เพราะหน้ามืดตาลายเพราะความหิวหรือเปล่า

“เธอคงไม่ทำให้ฉันท้องเสียนะ สภาพแบบนี้บอกตรงๆ ว่าไม่อยากวิ่งเข้าวิ่งออกห้องน้ำ

กลางดึกเท่าไหร่”

เสียงของคนสองคนดังไปตามระเบียงทางเดินอาคารไม้สองชั้น ที่ใช้เป็นห้องเรียนถึงไฟ

จะเข้าถึงแต่ตามทางเดินยาวก็ยังห้อยตะเกียงเอาไว้ที่เสา มีไฟไม่กี่ดวงเท่านั้นที่ถูกเปิดทิ้งไว้

เพื่อไม่ให้ภายในโรงเรียนดูวังเวงในเวลากลางคืน และในโรงครัวตอนนี้ก็มีไฟเพียงดวงเดียวที่

เปิดอยู่ คนสองคนนั่งกินข้าวไปคุยกันไปอยู่ใต้แสงไฟและแมลงที่เข้ามาเล่นไฟ ส่วนมุมหนึ่งซึ่ง

มืดกว่าเด็กสาวคนหนึ่งยืนเกาะต้นเสาแน่น แววตาวาวโรจน์ด้วยความริษยา

...................................................................


ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มนักเรียนนอกพื้นที่และนักเรียนอาชีวะในท้องถิ่นเท่านั้นที่ช่วยกันทำงาน

ชาวบ้านที่ลูกหลานตัวเองเรียนอยู่โรงเรียนแห่งนี้ต่างก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ต่อเติมตรงนั้น

ตรงนี้ทีละนิดทีละหน่อยจนการก่อสร้างเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว เห็นเสาเห็นคานเป็นรูปเป็นร่าง

ขึ้นมาแล้ว พื้นก็ถูกเกลี่ยดินและเทปูนเรียบร้อย ตอนนี้เขมกรคอยหยิบจับนั่นส่งนี่ให้ธนนท์อยู่

ข้างๆ แม้เท้าจะเจ็บแต่เขาก็ยังช่วยทำงานทุกอย่างที่พอจะทำได้ โดยไม่เป็นภาระและตัวถ่วง

เก้าอี้ไม้หลายตัวก็เป็นฝีมือของเขา เสียงกระดาษทรายขัดไปบนผิวไม้ดังอย่างต่อเนื่อง

เขมกรจดจ่ออยู่กับงานที่เธอได้รับมอบหมายเป็นชิ้นเป็นอันงานแรก หลังจากต้องคอยส่งอุปกรณ์

เสิร์ฟน้ำ ล้างผัก หั่นหมู อยู่นาน

“เหอะ ทำตัวอย่างกับปลิง”

“ปลิงอะไรหรอ”

“ก็ปลิงควายที่คอยดูดเลือดผู้ชายไง” เสียงหัวเราะคิกคักลอยมาตามลม เนื้อความนั้น

เธอรู้ว่าผู้พูดต้องการให้เธอได้ยิน แต่เธอถนัดเรื่องทำหูทวนลมอยู่แล้วจึงไม่ได้สนใจอะไร

หลายวันมานี้เธอตกเป็นเป้าสายตาของหลายๆ คนที่นี่ ต้นเหตุก็มีเพียงอย่างเดียว

นั่นคือ “ธนนท์” ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ หลายคน ปฏิกิริยาต่อต้านจึงรุนแรงตาม

ความนิยมไปด้วย เมื่อตอนที่เธอมีข่าวแย่ๆ เกี่ยวกับกัญจน์ปวีร์ สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายเท่านี้

เพราะอีกฝ่ายเป็นถึง ‘เจ้าชายจุดเยือกแข็ง’ ถึงเธอจะเรียกเขาว่า

‘เพื่อนสนิท’ แต่เขาก็ไม่ได้ทำตัวสนิทสนมกับเธอแบบนี้ การที่เธอได้รับความเอาใจใส่จาก

ธนนท์ ที่เป็น ‘เจ้าชายในฝัน’ ของหลายๆ คนเลยทำให้ เธอถูกขึ้นบัญชีดำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“คนพวกนี้ทำตัวน่ารำคาญจริง” เด็กสาวคนหนึ่งนั่งลงข้างๆ คนทั้งสอง เขมกรเหลือบตา

ขึ้นมองอีกฝ่ายใบหน้าค่อนข้างเรียวเล็ก ผมตรงมีน้ำหนักยาวถึงกลางหลัง จมูกโด่งปลายงุ่มเล็ก

น้อย ดวงตาเรียวชั้นเดียว ถูกขับให้โดดเด่ยด้วยผิวที่ค่อนข้างคล้ำ

“หวัดดี” เขมกรทักตามมารยาท เมื่ออีกฝ่ายแสดงตัวว่าอย่างร่วมวงสนทนาด้วย เธอก็ไม่ขัดข้อง

เพียงแต่เธอไม่เคยเห็นหน้าเด็กสาวคนนี้มาก่อน

“ขอโทษที่อยู่ๆ ก็เข้ามา ฉันชื่อพัด พอจะรู้เรื่องของพวกเธอมาบ้าง”

“เรื่องอะไรหรอ” เขมกรไม่ค่อยเข้าใจที่พัดพูด และไม่รู้เจตนาที่อยู่ๆ ก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาด้วย

“จริงๆ ก็เพิ่งรู้ตอนมาอยู่ที่นี่แหละ เธอรู้มั้ยว่าข่าวลือมันเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ได้ยินมาว่าพวกเธอ

คบกันอยู่ ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะแต่ฉันไม่ชอบพวกที่นินทาชาวบ้านลับหลัง แล้วก็พวกที่

ชอบกระแนะกระแหนคนอื่นแบบที่พวกเมื่อกี้ทำด้วย” เธอเดินเข้ามาตอนที่กลุ่มเด็กผู้หญิงกำลัง

พูดเรื่อง ‘ปลิง’ กันพอดี

“ฉันชินแล้วล่ะ” เขมกรกลับไปสนใจงานของตัวเองต่อ เรื่องที่เธอถูกแกล้งและกล่าวหาว่าร้ายนั้น

เธอคุ้นเคยดี แต่ไม่ชินกับการมีใครมาแสดงความเห็นใจ

“ชิน? เธอจะให้เรื่องเลวร้ายพวกนี้เกิดขึ้นจนชินไม่ได้นะ คนพวกนี้ต้องรู้ว่าเรื่องที่พวกเขาทำเป็น

เรื่องผิด” หญิงสาวทำเสียงจริงจัง

“แล้วเธอว่าพวกเราควรทำยังไง” หลังจากนั่งฟังสองคนคุยกันมาระยะหนึ่ง ธนนท์ก็วางค้อนลง

แล้วหันมามองพัดอย่างสนใจ เขาก็อยากให้พวกนั้นได้รับบทเรียนเหมือนกัน ไม่ใช่คิดอยาก

จะรวมหัวกันแกล้งใครก็ทำได้ง่ายๆ เขาอาจจะช่วยเขมกรได้บางครั้งแต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้ง

เพราะตราบใดที่ความคิดและอคติยังไม่เปลี่ยน พฤติกรรมแย่ๆ ที่แสดงออกมาก็ยังดำเนินต่อไป

“ก็ต้องตอบโต้ไปบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้พวกนั้นพูดอะไรตามใจชอบ ความนิ่งใช้ได้บางกรณีเท่านั้น”

หญิงสาวชะโงกหน้ามามองธนนท์ ที่นั่งถัดจากเขมกร เธอเพิ่งได้เห็นชายหนุ่มใกล้ๆ ก็ตอนนี้

ผู้ชายคนนี้ดูดีมากจริงๆ เป็นไอดอลได้สบายๆ มิน่าล่ะ ผู้หญิงคนนั้นถึงได้ ยืนมองด้วยแววตา

อาฆาตขนาดนั้น

“ยังไง” ธนนท์ ไม่ต้องการแค่ทฤษฎี เขาอยากรู้ว่าควรจัดการกับคนพวกนั้นยังไง

“พูดไปก็เท่านั้น ไม่สู้ทำเลยดีกว่า” หญิงสาวร่างเล็ก จับปอยผมด้านหน้าขึ้นทัดหู เดินตรงไปทาง

กลุ่มนักเรียนหญิงที่พูดเรื่องปลิงอะไรนั่น ขึ้นมา

“พวกเธอพูดแบบนี้เพราะอิจฉาหรือเปล่า” ประโยคแรกไม่ใช่คำทักทาย แต่เป้าหมายพุ่งตรง

บอกเจตนาอย่างชัดเจน จนนักเรียนหญิงสามคนมองหน้ากันงงๆ

“เธอพูดเรื่องอะไร” หนึ่งในนั้นถามขึ้นอย่างอดไม่ได้

“เรื่องปลิงดูดเลือดที่พวกเธอพูดเมื่อกี้ไง พวกเธอพูดเพราะอิจฉาที่เขาไม่สนใจพวกเธอใช่มั้ยล่ะ”

เธอชี้มือไปที่ธนนท์ แล้วหันกลับมามองหน้าคนกลุ่มนั้น

“แล้วเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย อยากทำตัวเป็นฮีโร่หรือไง” เด็กสาวใบหน้ากลมแป้นชักโมโห

ที่ถูกคนแปลกหน้ามาว่าฉอดๆ

“ใช่ เราไม่เคยมีเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องมาว่าพวกเราด้วย” อีกคนที่นิ่งเงียบมาตั้งแต่ต้นเปิดปาก

พูดบ้าง แม้เธอจะดูขี้ขลาดแตกต่างจากเพื่อนในกลุ่มแต่ที่เหมือนกัน คือ ไม่ชอบเขมกร

“แล้วเธอเคยมีเรื่องอะไรกับเขมกรหรือเปล่าล่ะ ทำไมต้องคอยพูดจาเหน็บแนมเขาด้วย”

“ก็พวกเราไม่ชอบมัน เธอมีปัญหาอะไรอยากแสดงตัวเป็นคนดีต่อหน้าผู้ชายงั้นหรอ” คนรูปร่างสูง

ที่สุดในกลุ่มยืนขึ้น หวังเอาข้อได้เปรียบนี้ข่ม แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับไม่ยี่หระ เผยรอยยิ้ม

เหยียดที่มุมปาก สายตาดูถูกมองตั้งแต่หัวจรดเท้า

“พิมพิศ ที่แอบชอบกัญจน์ปวีร์มาตั้งแต่มอต้น เคยสารภาพรักกับเขาวันวาเลนไทน์ แต่โดนเขา

โยนช็อกโกแลตลงถังขยะอย่างไม่แยแส ก็ไม่แปลกหรอกที่จะโกรธเกลียดเพื่อนผู้หญิงที่เขา

สนิทด้วยขนาดนั้น”

“แก” คนถูกเรียกชื่อหน้าแดงก่ำ ไม่รู้เพราะอายที่ความลับเปิดเผย หรือโกรธจนกระอักเลือดกัน

แน่

“พิม ไหนเธอบอกว่า ไม่ชอบหน้ากัญจน์ปวีร์ไง” คนหน้ากลมในกลุ่มหันขวับมองเพื่อน

ที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ข้างๆ

“ใช่ ตอนนั้นเธอบอกยัยเอ้ว่ากัญจน์ปวีร์เป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันไม่ใช่หรอ” หญิงสาวท่าทาง

ขี้ขลาด มองตาปริบๆ ตอนนั้นเธอและเอ้ เพื่อนในกลุ่มต่างคลั่งไคล้กัญจน์ปวีร์จนตั้งตัวเป็น

แฟนคลับลับๆ แต่พิมพิศเป็นคนให้ข้อมูลพวกนี้กับเธอ ทำให้พวกเธอเลิกสนใจกัญจน์ปวีร์ย้ายมา

เป็นกลุ่มคลั่งธนนท์แทน

“เหอะ พวกเธอเป็นเพื่อนกันแน่หรือเปล่าเรื่องที่เพื่อนตัวเองชอบใครก็ยังไม่รู้ ต้องปล่อยให้

คนนอกอย่างฉันมาเป็นคนเฉลย จะบอกให้นะวันนั้นบังเอิญฉันเป็นเวรทำความสะอาดห้องเรียน

พอดีเลยได้เห็นว่ามีฉากสารภาพรักเหมือนในการ์ตูนญี่ปุ่นเกิดขึ้นที่ห้องวิทยาศาสตร์”

“แกโกหก!” เด็กสาวรูปร่างสูง สะบัดหน้าวิ่งออกไปด้วยความอับอาย เพื่อนอีกสองคนมองหน้า

กันก่อนจะวิ่งตามออกไป พัดยักไหล่แล้วเดินกลับมานั่งลงข้างเขมกร

“เธอรู้จักพวกเขาหรอ” เขมกรทึ่งในความสามารถหนึ่งรุมสามของเด็กสาวคนนี้ไม่น้อย

“ไม่หรอก แต่ฉันอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ และจำได้ว่าผู้หญิงคนที่ชื่อพิมพิศเป็นตัวละครเอกของ

เรื่องนั้น จริงๆ แล้วเพื่อนผู้ชายในห้องฉันแอบชอบพิมพิศอยู่ก็เลยรู้จักเขาน่ะ” เพื่อนนักเรียนชาย

ร่วมห้องของเธอไม่ใช่แค่แอบชอบแต่เรียกว่าคลั่งไคล้ยัยพิมพิศนั่นเลยก็ว่าได้ ทุกวันเธอจะต้อง

ได้ยินชื่อนี้ออกจากปากเขาไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งจนวันหนึ่งเธอนึกอยากเห็นหน้าตาของหญิงสาวที่

ทำให้เพื่อนเธอเป็นเอามากขนาดนี้ จึงแอบไปดูที่ห้องเรียนของเจ้าหล่อน ไม่คิดว่าพอหลังเลิก

เรียนเธอจะได้เจอพิมพิศเป็นครั้งที่สอง และนั่นก็เป็นการสารภาพรักที่น่าเศร้าที่สุดเท่าที่เธอเคย

เจอมา

"หลังจากกัญจน์ปวีร์ได้รับช็อกโกแลต เขาก็โยนมันลงถังขยะต่อหน้าต่อตาคนให้

โดยไม่พูดอะไร จนทำให้พิมพิศถึงกับร้องไห้โฮเลยล่ะ"

“ฉันไม่เห็นรู้เรื่องที่ว่านั่นเลย แมชท์เคยทำเรื่องแบบนั้นด้วยหรอ” เขมกรทบทวนความจำ

แม้แมชท์จะมีนิสัยเย็นชาต่อคนรอบข้าง แต่ก็ไม่ใช่คนก้าวร้าว อย่างมากที่เธอเคยเห็นเขาก็แค่

ทำเป็นไม่ได้ยินคำสารภาพรักพวกนั้น แต่ถึงขนาดทิ้งของต่อหน้าคนให้นี่ฟังดูแล้วออกจะเกินไป

หน่อย

“นายกัญจน์ปวีร์เพื่อนเธอทำให้ฉันอึ้งเลยแหละ นอกจากแววตาจะไร้เยื่อใยโดยสิ้นเชิงแล้ว

การกระทำยังเลือดเย็นอีกด้วยนะ”

ธนนท์ ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ เรียกความสนใจของหญิงสาวทั้งสอง

“นั่นแหละตัวจริงของคุณชายกัญจน์ปวีร์ ปกติหมอนี่ก็ไม่ใช่คนที่จะมีปฏิกิริยาตอบโต้กับใครหรอก

นอกจากคนคนนั้นจะทำให้รำคาญจริงๆ คนที่ชื่อพิมพิศคงจะตื้อให้เขารับของไว้ล่ะสิถึงโดน

แจ็กพ็อตเข้า”

“จะว่าไป ยัยพิมพิศก็ตื้อให้เขารับช็อกโกแลตไว้จริงๆ นั่นแหละ พยายามจะยัดใส่มือให้ได้ทั้งที่

กัญจน์ปวีร์ก็ปฏิเสธหนักแน่นไปแล้ว” เธอนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มในตอนนั้น

แม้จะเรียบเฉยไร้ความรู้สึกแต่แววตาของเขาก็แข็งกร้าวและบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

“สรุปว่าหมอนั่นเป็นยมฑูตจุดเยือกแข็งไม่ใช่เจ้าชายจุดเยือกแข็งอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ

ส่วนเธอก็ลงมือทำได้ยอดเยี่ยมมาก...” สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยทำให้ท้ายประโยคเสียง

แผ่วลง คิ้วทั้งสองข้างขมวดขึ้ง มีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นทั่วหน้าผาก ร่างทั้งร่างเย็นเยียบ

“เป็นอะไรไป” เขมกรสังเกตถึงความผิดปกติรีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง

“เจ็บ” ชายหนุ่มทรุดตัวลงกับพื้นเพราะความเจ็บที่ขาทำให้ทรงตัวไม่ไหว

“เจ็บแผลหรอ” หญิงสาวทำอะไรไม่ถูก เห็นเขาทรุดลงตรงหน้าก็มือไม้สั่น ท่าทางเขาดูไม่ดีเลย

เธอขอความช่วยเหลือจากพัดพยุงร่างของชายหนุ่มไปที่ห้องพยาบาล

...
......
.........
honey dew
 
โพสต์: 120
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ธ.ค. 17, 2009 12:44 am

ย้อนกลับไปยัง เรื่องสั้น - นิยาย - การ์ตูน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน

cron