“คณิตศาสตร์ประกันภัย” เรียนแล้วไม่ตกงาน การันตีรายได้สูงสุด

ทุกท่านสามารถเขียนเรื่องราวอะไรก็ได้เกี่ยวกับคณิตศาสตร์<br>
ท่านสามารถเขียนเรื่องราววิธีคิดเลขเร็ว หรือเทคนิคการเรียนของท่านในห้องก็ได้

Moderator: koalar, Super_R, ศรีธนนชัย

“คณิตศาสตร์ประกันภัย” เรียนแล้วไม่ตกงาน การันตีรายได้สูงสุด

โพสต์โดย ศรีธนนชัย » พฤหัสฯ. ก.ค. 17, 2014 10:14 am

“คณิตศาสตร์ประกันภัย” เรียนแล้วไม่ตกงาน การันตีรายได้สูงสุด 6 หลัก

From ASTV-Manager

รูปภาพ

หลังจากที่เด็กเก่ง แอดมิชชั่นอันดับ1 ปี'57 ทิ้งคณะแพทย์ ไปเลือกเรียน"คณิตศาสตร์ประกันภัย" .. ได้ทิ้งคำถามที่ค้างคาใจใครหลายคนว่า ทำไมเด็กเก่งที่สอบติดแพทย์ถึงทิ้งอาชีพในฝันของเด็กไทยไปง่ายๆแบบนี้

จากวิกิพีเดีย ได้อธิบายว่า คณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Science) สาขาวิชาที่ผลิตนักคณิตศาสตร์ประกันภัย หรือที่เรียกง่ายว่า “Actuary” คือ ผู้เชี่ยวชาญทางคณิตศาสตร์เพื่อประเมิน วิเคราะห์ และคาดการณ์ ผลกระทบทางด้านการเงินของความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆในธุรกิจประกันภัย

ความสามารถของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย จึงกลายเป็นบุคคลที่มีความจำเป็นสำหรับธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดยใช้พื้นฐานของหลักการทางคณิตศาสตร์ สถิติประยุกต์ เศรษฐศาสตร์มหภาค เศรษฐศาสตร์จุลภาค ทฤษฎีการเงิน ทฤษฎีดอกเบี้ย การโมเดลความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ การสร้างสมการถดถอย หรือแม้กระทั่งวิชาที่ว่าด้วยธุรกิจประเภทต่างๆ ที่นักคณิตศาสตร์ประกันภัย ต้องเอาไปใช้ประยุกต์ เช่น ธุรกิจประกันชีวิต ธุรกิจประกันวินาศภัย ธุรกิจประกันกลุ่ม ธุรกิจประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ การจัดการความเสี่ยงในด้านการเงิน การประกันต่อ และการจัดการกองทุนบำเน็จบำนาญ เป็นต้น

นอกจากนี้ อาชีพ “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย” ยังติดอันดับในกลุ่ม"อาชีพที่ดีที่สุด" ของยุโรปและอเมริกา เนื่องจากเป็นวิชาชีพที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงและมีความก้าวหน้าอย่างชัดเจนตามความสามารถของตน รวมทั้งเป็นที่ต้องการมากในตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นอาชีพระดับหัวกะทิและมีสถานะที่สูงในสายตาของวิชาชีพอื่นๆทางการเงิน รองลงมาจากอาชีพโปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ นักคณิตศาสตร์ และนักสถิติ

แต่สำหรับประเทศไทย อาชีพ Actuary หรือนักคณิตศาสตร์ประกันภัย กลับไม่เป็นที่รู้จัก มีเพียงคนไทยไม่กี่คนที่เป็น "นักคณิตศาสตร์ประกันภัย" ซึ่งการจะเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยต้องมีการสอบวัดคุณวุฒิ เหมือนการสอบขอใบประกอบโรคศิลป์ของแพทย์หรือการสอบเนติบัณฑิตของนักกฎหมาย ซึ่งการสอบของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้นมี 10 ขั้น เป็นการสอบตามมาตรฐานสากล ซึ่งทุกครั้งที่สอบผ่านจะได้รับเงินเดือนเพิ่มตามคุณวุฒิขั้นละ 5,000 บาท และผู้ที่สอบผ่านทุกขั้นจะมีรายได้เฉลี่ยปีละ 6 ล้านบาท

วันนี้ Life On Campus ถือโอกาสแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก “อาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัย” ซึ่งเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำรายได้สูงเป็นอันต้นๆ ของต่างประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยนั้น อาชีพนี้ถือว่า ใหม่ และบุคคลากรในประเทศไทยที่มีความรู้ความสามารถในสาขาวิชาชีพนี้มีเพียงไม่ถึง 10 คนเท่านั้น

รูปภาพ
นายพิเชษ เจียรมณีทวีสิน

ทำความรู้จัก “คณิตศาสตร์ประกันภัย”

นายพิเชษ เจียรมณีทวีสิน ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ รั้วจามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือที่ใครๆ ต่างก็รู้จักกันในนาม Tommy Pichet หนึ่งในคนไทยที่ผันเปลี่ยนตัวเองจากวิศวกรหนุ่มมาเป็นแอคชัวรี หรือนักคณิตศาสตร์ประกันภัย

“จุดเริ่มต้น ผมมารู้จักอาชีพคณิตศาสตร์ประกันภัย ตอนนั้นเรียนจบ วิศว จุฬา และรู้สึกว่า ตัวเราชอบคณิตศาสตร์ จากเด็กคนหนึ่งที่เคยตกเลขมาก่อน จนกระทั่งเก่งเลข เพราะฉะนั้นเราจะรู้ว่า คนที่ไม่เข้าใจเลข ไม่เก่งเลขเป็นยังไง อย่างแรกเราต้องมีทัศนคติเกี่ยวเลข อย่างแรกเลย เลขไม่โกหกเรา สองเลขคือ ภาษาหนึ่งที่ทำให้เราคุยได้เป็นเหตุเป็นผล ดังนั้นจึงเป็นภาษาหนึ่งที่ใช้กันทั่วโลกในเรื่องธุรกิจ ในเรื่องของการตัดสินใจ

อาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัย จะเป็นอาชีพเฉพาะที่อยู่ในแวดวงของประกัน ส่วนใหญ่อาชีพนี้จะเน้นคือการวิเคราะห์อดีต มองหน้าอนาคต มาประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ในเรื่องของต้นทุนและความเสี่ยง และเป็นที่ต้องการสำหรับธุรกิจประกันภัย ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนเกิดขึ้นมาที่หลังและเกี่ยวข้องกับการจัดการต้นทุนที่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไร นักคณิตศาสตร์จึงมีความสำคัญที่จะต้องคิดต้นทุนหรือค่าความเสี่ยง หรือจะเรียกว่า คณิตศาสตร์พยากรณ์ หรือคณิตศาสตร์การเงิน ก็ได้”

กว่าจะเป็นมืออาชีพตัวจริง ต้องใช้เวลา 10 ปี

แน่นอนว่า กว่าจะเป็น นักคณิตศาสตร์ประกันภัย มืออาชีพไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องสอบผ่านคุณวุฒิ ที่เรียกว่า Fellowship of Society of Actuarie หรือ FSA เป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก ซึ่งเปิดปีละ 2 ครั้ง เฉลี่ยแล้วแต่ละคนใช้เวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี แต่สำหรับพิเชษ เขาใช้เวลาเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น

“วิชาชีพนี้ จะเปรียบเทียบคล้ายกับหมอ ทนาย ที่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งกว่าจะสอบผ่านได้คุณวุฒิ FSA ต้องเรียกว่า ยากลำบากมาก ไม่มีการเรียนการสอน ต้องศึกษาด้วยตัวเอง การสอบแบ่งเป็น 3 ขั้น คนไทยที่สอบถึงขั้นสูงสุดมีน้อยมาก ตอนนั้นมีแค่ 3 คน เป็นอาชีพที่วัดความสามารถ และความมุ่งมั่น ผมเลยทุ่มเวลาอ่านหนังสืออย่างหนัก วันหยุดก็อ่านหนังสือ ไม่ไปเที่ยวที่ไหน จากที่ใช้เวลาเป็น 7-8 ปี ก็เลยใช้เวลาแค่ 4 ปี” พิเชษ กล่าวสรุปถึงการสอบผ่านคุณวุฒิที่จะสามารถเลื่อนขั้นเป็นนักคณิตศาสตร์มืออาชีพได้"

รูปภาพ

คุณสมบัติของ(ว่าที่) "นักคณิตศาสตร์"

ในฐานะรุ่นพี่ผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพ “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย” ที่มีอายุน้อยและมากด้วยประสบการณ์ พิเชษได้ให้คำแนะนำการเตรียมตัวสู่การเป็น แอคชัวรี ไว้ใน บล็อกเกอร์ส่วนตัวไว้ว่า ผู้ที่จะเข้าสู่สายอาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้น ควรเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถทางคณิตศาสตร์เป็นอย่างดี เนื่องจากงานที่ทำต้องเกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์ รวมทั้งยังต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจเป็นอย่างดี มีความกระตือรือร้น มีเหตุผล มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการตัดสินใจ

“นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่สนใจจะเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในอนาคต ควรเป็นผู้ที่มีใจรักคณิตศาสตร์ และสอบได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในเกณฑ์สูงกว่าคะแนนเฉลี่ย สำหรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ต้องการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่อาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ก็ควรเลือกเรียนวิชาคณิตศาสตร์ไว้หลายๆ วิชา ตลอดช่วง 4 ปี โดยเฉพาะวิชาพีชคณิตและการประยุกต์ ควรมีเวลาฝึกฝนให้มาก นอกจากนี้ ควรเลือกเรียนวิชาทางแคลคูลัส วิชาความน่าจะเป็น และสถิติด้วย"

มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน

สำหรับการเตรียมตัวที่ดีที่สุดเพื่อเข้าสู่สายอาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัย คือ ในระดับปริญญาตรีควรเลือกเรียนวิชาเอกทางด้านประกันภัย คณิตศาสตร์ หรือสถิติ หรือวิชาเอกทางด้านบริหารธุรกิจ หรือเรียนวิชาเอกทางเศรษฐศาสตร์ โดยมีวิชาโททางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย หรือคณิตศาสตร์ หรือสถิติ ซึ่งปัจจุบันในเมืองไทยมีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) และหากจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโทก็จะมีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยโดยตรงในระดับปริญญาโท ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
การเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีส่วนใหญ่ที่เปิดสอนวิชาเอกทางด้านประกันภัยนั้น จะเน้นหลักการทั่วไปของการประกันภัยทั้งในส่วนของการประกันวินาศภัยและการประกันชีวิต มากกว่าการเน้นไปทางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยโดยตรง อย่างไรก็ตาม อาจมีการสอนหลักพื้นฐานในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัยเป็นบางรายวิชา ส่วนการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทนั้น จะเน้นทางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยโดยตรง

เตรียมตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

นอกจากนี้ พิเชษ ทิ้งท้ายไว้ว่า การเตรียมตัวที่ดีในด้านการศึกษานั้น ถือเป็นบันไดขั้นหนึ่งที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในอาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในอนาคต ซึ่งนอกจากการศึกษาในระดับปริญญาตรีและโทแล้ว การเตรียมตัวเพื่อเข้าสอบรับรองมาตรฐานสากลในสายงานอาชีพนี้ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น โดยในต่างประเทศ นักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับและสามารถทำงานได้ทั่วโลก จะต้องผ่านการสอบเพื่อรับรองมาตรฐานจากสมาคมชั้นนำด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามสายงานด้านประกันภัยที่ตนเองสนใจหรือประกอบอาชีพในด้านนั้น เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาจะมีการจัดสอบเพื่อรับรองมาตรฐานวิชาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ได้แก่ การสอบกับ CAS (Casualty Actuarial Society) ซึ่งเป็นสมาคมสำหรับนักคณิตศาสตร์ด้านประกันวินาศภัย หรือการสอบกับ SOA (Society of Actuaries) ซึ่งเป็นสมาคมสำหรับนักคณิตศาสตร์ด้านประกันชีวิต เป็นต้น โดยการสอบนี้สามารถทำควบคู่ไปได้ขณะที่เรากำลังเรียนอยู่ และสามารถสอบเพื่อรับรองมาตรฐานนี้ได้โดยผ่านศูนย์สอบที่มีอยู่ในประเทศไทย

ขอบคุณข้อมูลจาก :
• วิกิพีเดีย
http://tommypichet.blogspot.com/2011/04/10.html
http://www.positioningmag.com
ยินดีต้อนรับสู่ Sudipan.net ครับ
ศรีธนนชัย
ผู้ดูแลเว็บ
 
โพสต์: 1513
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.พ. 22, 2003 3:01 pm

ย้อนกลับไปยัง บทความ-คณิตศาสตร์

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

cron